Home / ข่าวกิจกรรมวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย / งานวิจัยเชิงพื้นที่ร่วมนำเสนอรายงานโครงการ การสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

งานวิจัยเชิงพื้นที่ร่วมนำเสนอรายงานโครงการ การสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

เมื่อวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2561 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมประชุมเพื่อนำเสนอรายงานความก้าวหน้า “โครงการ การสร้างความมั่นคงด้านอาชีพในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ในกิจกรรม ประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยภายใต้ทุนท้าทายไทยฯกลุ่มเรื่อง นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่ ณ ห้องคริสตัล 1–2 ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

การประชุมในครั้งนี้เป็นการติดตามความก้าวหน้าในรอบ 16 เดือน และรอบ 12 เดือน ของมหาวิทยาลัยที่ได้รับทุนดังกล่าว จำนวน 24 มหาวิทยาลัย ซึ่งมีทั้งมหาวิทยาลัยที่ได้รับทุนนวัตกรรมมาเป็นระยะที่ 3 มหาวิทยาลัยที่รับทุน ABC ระยะที่ 2 และ 3 รวมทั้งมหาวิทยาลัยใหม่ที่เพิ่งรับทุนในลักษณะ Matching fund เป็นครั้งแรก เนื้อหาสำคัญของการรายงานความก้าวหน้าในครั้งนี้ ประกอบด้วย ผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาระบบบริหารจัดการงานวิจัยเชิงพื้นที่ของมหาวิทยาลัย และ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ ข้อเรียนรู้จากการร่วมประชุม สามารถสรุปได้เป็นประเด็นดังต่อไปนี้

1. มหาวิทยาลัยที่ได้รับทุนและเข้าร่วมนำเสนอรายงานความก้าวหน้าทั้ง 24 มหาวิทยาลัย มีจุดเด่นที่เป็นข้อเรียนรู้ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยในกลุ่มราชมงคล และกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ มีทุนเดิมในการทำงานกับท้องถิ่นที่เข้มแข็ง ส่งผลให้มหาวิทยาลัยเหล่านั้น สามารถดึง Stake holder ที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัยได้ชัดเจน
2. ในมหาวิทยาลัยที่มีการพัฒนาระบบบริหารจัดการงานวิจัยอย่างเป็นระบบ และเห็นพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด ปัจจัยแห่งความสำเร็จคือการสนับสนุนจากผู้บริหาร เช่น อธิการบดีเป็นหัวหน้าโครงการ และเข้าร่วมกระบวนการต่างๆ ด้วยตนเองทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการพัฒนาโจทย์วิจัย พัฒนาข้อเสนอโครงการ การติดตามความก้าวหน้าของโครงการ
3. ในมหาวิทยาลัยใหม่ ใช้โครงการท้าทายไทยที่ได้รับทุนในครั้งนี้ เป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารจัดการงานวิจัยในมหาวิทยาลัยได้ทั้งระบบ นั่นแสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ มากกว่าการจัดสรรทุนธรรมดาเท่านั้น
4. มหาวิทยาลัยที่สามารถจัดกระบวนการตอนต้นน้ำ และกลางน้ำได้อย่างชัดเจน ส่วนใหญ่จะเป็นมหาวิทยาลัยที่สามารถนำเครื่องมือที่ได้เรียนรู้จาก สกว.ในตอนต้น (Logical Framework) รวมทั้งเครื่องมืออื่นๆ ที่ได้รับการอบรมจาก สกว. มาใช้ทุกกระบวนการ
5. มหาวิทยาลัยที่ทำงานมาแล้วในระยะหนึ่ง โดยส่วนใหญ่ยังขาดการวิเคราะห์ สังเคราะห์เชื่อมโยงผลการทำงานในระยะแรก กับการทำงานในโครงการท้าทายไทย
6. การทำงานในพื้นที่ให้ประสบความสำเร็จ มหาวิทยาลัยต้องคำนึงถึงเครือข่ายทุกภาคส่วน บางครั้งการทำงานโดยไม่คำนึงถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง หรือไม่สามารถวิเคราะห์เครือข่ายได้อย่างรอบด้าน ดึงเครือข่ายเข้ามาไม่ครบถ้วน จะเป็นสาเหตุของการทำงานที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงาน function
7. มหาวิทยาลัยที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในบ่อยครั้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นคือความไม่ต่อเนื่องของความเข้าใจเป้าหมายของโครงการท้าทายไทย ทั้งในเรื่องของการพัฒนาระบบบริหารจัดการ และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่ ในขณะเดียวกันในบางมหาวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์) แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารกี่ครั้ง แต่สามารถสืบทอดแนววิธีการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ถ่ายทอดวิธีการทำงานที่ดีจากรุ่นสู่รุ่นเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่สามารถเป็นตัวอย่างได้ดี
8. มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีการเขียน Log Frame แต่ขาดการอธิบายความเชื่อมโยงของ Log Frame ทั้งในส่วนของสภาพปัญหาที่เชื่อมโยงมาสู่ประเด็นกรอบโจทย์วิจัย ประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างกรอบโจทย์วิจัยและโครงการย่อย

ข้อเสนอแนะที่สำคัญของผู้ทรงคุณวุฒิ (ภาพรวมทุกมหาวิทยาลัย)
1. มหาวิทยาลัยที่ทำงานมาในระยะหนึ่งแล้ว ควรมีการยกระดับการทำงานให้มีความชัดเจนโดยการจับโจทย์ใหญ่ของจังหวัด โดยใช้การวิเคราะห์การทำงานทุนเดิมมาเชื่อมโยง ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน โดยการดึงทุกภาคส่วนในจังหวัดมาเป็นภาคีร่วมในการทำงานอย่างเป็นระบบ
2. มหาวิทยาลัยควรใช้โอกาสที่ได้รับทุนท้าทายไทยเป็น plat form ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงระบบบริหารจัดการ ที่ส่งผลให้เกิดต่อการพัฒนาการเรียนการสอน การบริการวิชาการ วัฒนธรรมการเป็นนักวิจัยที่มีคุณภาพของนักวิจัย รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่
3. ระบบติดตามการวิจัยของแต่ละมหาวิทยาลัยควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเสนอโครงการ รายงานความก้าวหน้า ตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ
4. การเขียนรายงานโดยส่วนใหญ่ของทุกมหาวิทยาลัย ควรเน้นการเขียนเชิงวิเคราะห์สังเคราะห์ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบบริหารจัดการงานวิจัย และการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ มากกว่าการเขียนรายงานกิจกรรม
5. การรายงาน final report ทุกมหาวิทยาลัยควรวิเคราะห์ output outcome และ impact ให้เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน โดยยึด Tor เป็นหลักรวมทั้งการเชื่อมโยงต่อการเปลี่ยนแปลงในภาพรวมของมหาวิทยาลัย โดยอธิบายกรอบ Frame work ของโครงการให้ชัดเจนว่ามาจากฐานปัญหาใด มหาวิทยาลัยเข้าไปจับโจทย์ปัญหาเหล่านั้นขึ้นมาทำงานด้วยวิธีใด รวมทั้งวิเคราะห์สังเคราะห์ศักยภาพ ข้อจำกัด และข้อเสนอแนะ
6. ทุกมหาวิทยาลัยที่จะต้องรายงานปิดโครงการ จะต้องมีการออกแบบการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณที่สะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนและใส่รายละเอียดมาในรายงานปิด เช่น กรณีของการลดต้นทุน การเพิ่มรายได้ เป็นต้น
7. ต้องมีการ Mapping output ที่ได้ เพื่อตรวจสอบกับกรอบโจทย์วิจัย รวมทั้งรายงานผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน ให้เห็นเป็นรูปธรรม

ข้อเสนอแนะที่สำคัญสำหรับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ทุนในระยะนี้ ต้องมีการทบทวน สิ่งที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ทั้งในมหาวิทยาลัยและพื้นที่ภายนอกโดยอาศัย plat form ของโครงการท้าทายไทย เพื่อจะดึงคนเข้ามาทำงานร่วมกัน ซึ่งนับได้ว่าเฟสนี้เป็นการทำงานเพื่อยกระดับการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ จาก ปากพนัง 1 ซึ่งเป็นช่วงที่คลี่คลายปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่มาได้แล้ว มาสู่ปากพนัง 2 (ท้าทายไทย) ซึ่งต้องเป็นการยกระดับอาชีพในพื้นที่ โดยการวิเคราะห์สถานณ์การเดิม ในเชิงตัวเลขต้นทุนของแต่ละอาชีพ โดยการเชื่อมโยง User ของการทำงานที่เป็นตัวหลักให้ชัดเจนมากขึ้น (ทุนเดิมมีผลต่อโครงการนี้อย่างไร สามารถยกระดับการจัดการได้อย่างไร)

ประมวลภาพ

ข่าวโดย สุจินดา ย่องจีน

Facebook Comments

About ird2016

Check Also

28 มีนาคม 2561 : ขอเชิญเข้าร่วมฟังการบรรยายพิเศษจากวิทยากรเครือข่ายวิชาการรับใช้สังคม ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ครั้งที่ 10

ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคใต้ จัดประชุมวิชาการเครือข่ายวิชาการรับใช้สังคม ครั้งที่ 1 ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ “วลัยลักษณ์วิจัย” ครั้งที่ 10 ณ อาคารเรียนรวม 5 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *