Home / แนะนำนักวิจัย มวล. โดยส่วนประชาสัมพันธ์ / ดร.พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา 1 ใน 5 ตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการประชุม GYSS ประจำปี 2560

ดร.พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา 1 ใน 5 ตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการประชุม GYSS ประจำปี 2560

อาจารย์ ดร.พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา อาจารย์ประจำหลักสูตรวิศวกรรมเคมีและกระบวนการ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เป็น 1 ใน 5 ตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประชุมนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (Global Young Scientist Summit : GYSS) ประจำปี 2560 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 21 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์

อาจารย์ ดร.พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา เป็นคนกรุงเทพมหานครโดยกำเนิด จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนจิตรลดา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานรางวัลนักเรียนเรียนดีที่โรงเรียนจิตรลดา เป็นประจำทุกปี จึงมีความมุมานะและพยายามตั้งใจเรียนตลอดในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จนได้รับพระราชทานรางวัลเรียนดีจากพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6 และสอบได้ทุนการศึกษาจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรี – เอก ที่ประเทศสหราชอาณาจักร

ขณะที่ศึกษาอยู่ในระดับปริญญาเอก อาจารย์ ดร.พงศธร ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยสอนในวิชาพื้นฐานวิศวกรรมศาสตร์เคมี วิศวกรรมศาสตร์สิ่งแวดล้อม และการออกแบบโรงงานอุตสาหกรรมผลิตสารเคมี ซึ่งการสอนนี้ ทำให้เห็นคุณค่าของการทำงาน ได้รับความรู้ ช่วยให้มีความรับผิดชอบและเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ส่งผลให้ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 6 ผู้ช่วยสอนดีเด่นจากการคัดเลือกของนักศึกษา ได้รับรางวัลจาก Imperial College Student Union ทั้งยังเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ให้กับนักศึกษาปริญญาโท 4 คน และปริญญาตรีอีก 4 คน ที่สำคัญงานวิจัยในระดับปริญญาเอก “A study of the growth and hydrogen production of Cyanothece sp. ATCC 51142” ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 5 งานวิจัยตัวอย่างของ Energy Future Labs, Imperial College London ในหัวข้อ Sustainable Power อีกด้วย ทั้งยังได้มีโอกาสเป็นตัวแทนของ Imperial College London นำเสนอผลงานวิจัยที่ห้องปฏิบัติการ Solar Hydrogen Project ต่อบุคคลสำคัญของประเทศต่างๆ

หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก อาจารย์ ดร.พงศธร ได้กลับมาเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรวิศวกรรมเคมีและกระบวนการ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เนื่องจากเห็นว่า การสอนเป็นงานที่ท้าทาย มีอิสระ เป็นสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข ที่สำคัญการสอนนักศึกษาให้มีความรู้ ถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง เป็นการให้โอกาสนักศึกษาได้มีความรู้เพื่อไปประกอบอาชีพ ขณะที่เราเป็นผู้ให้ความรู้ เราก็เรียนรู้จากนักศึกษาเช่นกัน บางครั้งได้รับคำถามที่น่าสนใจจากนักศึกษา ถือเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

อาจารย์ ดร.พงศธร เล่าถึงวิธีการสอนว่า ใช้วิธีการสอนแบบบรรยายและให้ชมตัวอย่างจากสื่อวีดีทัศน์ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ว่า ความรู้ที่กำลังจะเรียนในแต่ละวิชาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมจริงๆ อย่างไร และการพาไปดูของจริงที่ห้องแล็บ รวมทั้งใช้กระบวนการเรียนแบบ Problem Solving และการวิจัยควบคู่กัน โดยนำข้อมูลตัวเลขที่ได้จากการทำวิจัยมาให้นักศึกษาเรียนรู้และแก้ไขปัญหา เพราะองค์ความรู้มีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน จึงต้องหาความรู้ตลอดเวลาเพื่อนำมาสอนนักศึกษา

เนื่องจาก อาจารย์ ดร.พงศธร จบการศึกษาทางด้านวิศวกรรมเคมีและมีความสนใจทางด้านวิศวกรรมชีวเคมี พลังงานชีวภาพ การออกแบบกระบวนการผลิตทางชีวภาพ ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ การขยายขนาดถังปฏิกรณ์ชีวภาพ และสาหร่ายขนาดเล็ก จึงได้ทำวิจัย เรื่อง การเพาะเลี้ยง Haematococcus pluvialis แบบมิกโซทรอฟ ในถังหมักแบบคอลัมน์โดยใช้กลีเซอรอลเป็นแหล่งอาหารจำพวกอินทรีย์คาร์บอน ได้รับทุนจากสำนักบริหารโครงการส่งเสริมการวิจัยในระดับอุดมศึกษา (HERP) และการผลิตแอสตาแซนธินแบบต่อเนื่องโดยใช้สาหร่ายสีเขียว Haematococcus pluvialis ได้รับทุนจากบริษัท อิมพีเรียลแอสตาจำกัด ซึ่งเป็นการทำงานวิจัยใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชน ทำให้ได้มุมมองทางด้านการตลาด เศรษฐกิจและธุรกิจ ที่สำคัญผลจากการวิจัยสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดใช้ได้จริงโดยภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังได้เป็นผู้ร่วมโครงการวิจัยและอาจารย์ที่ปรึกษาร่วมด้านการวิจัยอีกด้วย มีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ทางวารสารนานาชาติ จำนวน 11 เรื่อง และนำเสนอผลงานวิจัยระดับนานาชาติและระดับชาติ (แบบปากเปล่า) จำนวน 11 ครั้ง

นอกจากงานด้านการเรียนการสอนและงานวิจัยแล้ว อาจารย์ ดร.พงศธร ยังทำงานด้านการบริการวิชาการ เช่น เป็นผู้เชี่ยวชาญในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโครงการเพื่อสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (นิคมธุรกิจวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 รอบที่ 2 และผู้พิจารณาคัดเลือกบทความทางวิชาการเพื่อตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ จำนวน 5 ฉบับคือ Algal Research, Journal of Biotechnology, Bioengineering and Biotechnology, Biochemical Engineering และ Journal Bioprocess and Biosystems Engineering

ในเดือนตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา อาจารย์ ดร. พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 5 นักวิทยาศาสตร์ตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุม Global Young Scientist Summit (GYSS) ประจำปี 2560 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 21 มกราคม 2560 ณ สาธารณรัฐสิงค์โปร์ โดยอาจารย์ได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับ GYSS ว่า เป็นการประชุมที่จัดขึ้น เพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ที่ประสบความสำเร็จทางด้านวิทยาศาสตร์ เช่น ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาต่างๆ ผู้ได้รับเหรียญรางวัล Fields ผู้ได้รับรางวัล IEEE และรางวัล Millennium Technology เป็นต้น กับเยาวชนและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ เพื่อเปิดโลกทัศน์ทางวิชาการ และเรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาการใหม่ๆ จากประสบการณ์จริงของนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำระดับโลก โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รับสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระประสงค์ให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ของไทย มีโอกาสเข้าร่วมประชุม GYSS โดยการคัดเลือก นิสิต นักศึกษา นักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัยรุ่นใหม่ของไทย ที่มีศักยภาพและคุณสมบัติที่เหมาะสมจากทั่วประเทศ และนำรายชื่อผู้ผ่านการสัมภาษณ์ จำนวน 10 คน ขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงคัดเลือกในขั้นตอนสุดท้าย จำนวน 5 คน เป็นตัวแทนประเทศไทย

“ผมได้สมัครเข้าร่วมโครงการ GYSS เพราะมีเป้าหมายสูงสุดคือการได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องจากศรัทธาในพระองค์ท่าน ที่สำคัญพระองค์ท่านเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ตนเองเดินมาถึงจุดนี้ได้ ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจอย่างสูง ดังนั้นจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้และประสบการณ์จากการเข้าร่วมโครงการมาบอกเล่าให้อาจารย์และนักศึกษาได้รับฟัง เพื่อสร้างแรงบันดาลและแรงจูงใจให้แก่นักศึกษาในการไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อกลับมาทำประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยต่อไป” อาจารย์ ดร. พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา กล่าวในตอนท้าย

ประวัติและผลงาน


อาจารย์ ดร.พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา : จุดเปลี่ยน… แรงบันดาลใจ… พลัง… และความสำเร็จ

“การที่เราเห็นคนที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ จริงๆ แล้วเขาเหล่านั้นเคยประสบความผิดพลาดหรือล้มเหลวมาก่อน” เป็นคำบอกเล่าประโยคแรกของ อาจารย์ ดร.พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ประโยคที่ตามต่อมา คือ “อยากจะบอกเล่าเรื่องราวของตน เพื่อให้กำลังใจกับหลายๆคน”

อาจารย์ ดร.พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา เป็นคนกรุงเทพมหานครโดยกำเนิด จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนจิตรลดา ในช่วงวัยตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นนักเรียนที่เรียนได้เกรดเฉลี่ยเพียง 2-2.5 เท่านั้น ด้วยความชะล่าใจและไม่มีความตั้งใจเท่าที่ควร ทำให้ไม่สามารถสอบเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาได้ ทำให้รู้สึกผิดที่ทำให้พ่อแม่ผิดหวังและเสียใจ จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญด้วยเกิดความคิดว่า หากไม่ขยันเรียน จะลำบากในอนาคตและสร้างภาระให้กับครอบครัว ประกอบกับได้รับแรงบันดาลใจจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานรางวัลนักเรียนเรียนดีที่โรงเรียนจิตรลดา เป็นประจำทุกปี จึงมีความมุมานะพยายามตั้งใจเรียนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนได้รับพระราชทานรางวัลเรียนดีจากพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ตลอดตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6 และสามารถสอบเข้าศึกษาต่อคณะแพทยศาสตร์ ทั้งที่ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งสอบได้ทุนการศึกษาจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรี – เอก

ณ เวลานั้น อาจารย์ ดร.พงศธร ไม่มั่นใจว่า จะมีความสามารถไปเรียนต่อต่างประเทศได้ เนื่องจากเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าสื่อสารภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติ แม้ว่า จะมีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศต่างๆ ทั้งสหรัฐอเมริกาและยุโรปมาบ้างแล้ว แต่การไปเรียนและไปเที่ยวนั้นแตกต่างกัน ในที่สุด ก็มาคิดได้ว่า ถ้าไม่รู้ภาษาอังกฤษ วันข้างหน้าจะทำอย่างไร จะมีชีวิตที่ดีได้มั้ย และมาจบลงด้วยความคิดที่ว่า ภาษาอังกฤษเป็นภาษาเพื่อการสื่อสารและมีความจำเป็น คนอื่นทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ จึงมาจบลงที่ “ต้องกล้าสู้และก้าวข้ามความกลัวที่จะสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษไปให้ได้”

เมื่อ อาจารย์ ดร.พงศธร ตัดสินใจมาเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ จึงถือเป็นการเปิดโลกกว้างให้กับตัวเองได้รู้จักเพื่อนต่างชาติในหลากหลายภาษาและวัฒนธรรม ทำให้รู้ว่า เพื่อนๆ ต่างชาติหลายคนมีความสามารถเกินกว่าอายุและมีภาวะความเป็นผู้นำ ขณะที่ตนเองไม่เคยมีประสบการณ์หรือทำกิจกรรมที่ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อสังคม การเดินทางมาเรียนต่อที่ต่างประเทศในครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับตัวเอง

ในตอนแรกที่มาเรียนที่ประเทศอังกฤษ ต้องกลับไปเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 อีกครั้ง โดยเน้นการเรียนเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์และเคมี เพื่อเข้าเรียนต่อทางด้านวิศวกรรมเคมี แม้ว่าก่อนที่จะมาเรียนที่อังกฤษจะสอบ IELTS ได้คะแนน 6-6.5 แต่ไม่ได้ทำให้สามารถสื่อสารกับเพื่อนๆ ต่างชาติหรือคนอื่นๆ ได้อย่างที่ควรจะเป็น จึงหาโอกาสฝึกการใช้ภาษาอังกฤษตลอดเวลา ด้วยความเชื่อที่ว่า การใช้ภาษาอังกฤษก็เหมือนกับทักษะการเล่นกีฬา ต้องฝึกซ้อมทุกวัน จึงเริ่มต้นฝึกภาษาด้วยการพูดคุยกับอาจารย์ เพื่อน และดูรายการโทรทัศน์ โดยฝึกพูดตามพร้อมๆ ไปกับการทำความรู้จักกับเพื่อนๆ การปรับตัว เล่นกีฬาและทำกิจกรรม

ในการเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี อาจารย์ ดร.พงศธร เล่าว่า ได้เลือก Cambridge University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศสหราชอาณาจักร เป็นตัวเลือกอันดับ 1 ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศสหราชอาณาจักร เป็นตัวเลือกลำดับที่ 1 แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการสอบสัมภาษณ์เนื่องจากยังขาดความพร้อมด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ เหมือนเป็นความล้มเหลวครั้งที่ 2 จึงไปสมัครเรียนที่ Imperial College London และได้ศึกษาอยู่ที่นั่นจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก

จุดเปลี่ยนครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นในชีวิตของ อาจารย์ ดร.พงศธร คือ ขณะที่กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 สถานเอกอัครราชฑูตไทย ประจำกรุงลอนดอน ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลไทย ให้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ประเทศไทย จึงได้เขียนโครงการในนามของสมาคมนักเรียนไทย โดยใช้ชื่องานว่า The SP of THAILAND Exhibition โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณสุทธิ 200,000 บาท จากสถานเอกอัครราชฑูตไทย ประจำกรุงลอนดอน และมีองค์กรภาครัฐและเอกชนร่วมสนับสนุนในการจัดนิทรรศการนี้ด้วย โดยมีวัตถุประสงค์คือ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ตลอดจนเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรมไทยต่อชาวต่างชาติ โดยมีผู้เข้าร่วมชมงานชาวต่างชาติ 400 คน และคณะทำงานทั้งสิ้น 75 คน ใช้เวลา 6 เดือนในการเตรียมการ จากจุดนี้ทำให้เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับผู้อื่น ที่สำคัญการทำงานในทุกขั้นตอนย่อมมีอุปสรรค แต่เราจะต้องผ่านไปให้ได้ ถ้าทำได้ขอให้จดจำไว้เป็นความภาคภูมิใจและกำลังใจ แต่ถ้าทำไม่ได้ ขอให้ถือเป็นการเรียนรู้ หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ทำให้เกิดความมั่นใจและเรียนรู้เรื่องการจัดสรรเวลาในการทำกิจกรรมเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคม

อาจารย์ ดร.พงศธร เล่าต่อว่า เมื่อขึ้นชั้นปีที่ 4 ถือเป็นปีที่ยากลำบากปีหนึ่ง เนื่องจากจะต้องทำ Final Year Design Project ร่วมกับเพื่อนอีก 9 คน ในการออกแบบแท่นขุดเจาะและแยกก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในทะเล ซึ่งเป็นโครงการมอบหมายโดยบริษัท AMEC (ปัจจุบัน Amec Foster Wheeler) ในทุกสัปดาห์ สมาชิกในกลุ่มแต่ละคนต้องนำเสนอรายงานผลงานให้อาจารย์ที่ปรึกษาและสมาชิกที่เหลือรับฟังเพื่อการประเมินศักยภาพการทำงาน โดยผลการประเมินมีอิทธิพลอย่างมากต่อคะแนนสุดท้ายที่สมาชิกแต่ละคนจะได้รับ แม้ว่าสมาชิกทุกคนทำงานภายใต้ความกดดันต่างๆ แต่ผลจากความตั้งใจ และการประสานงานที่ดีทำให้กลุ่มของอาจารย์ ดร. พงศธร ได้รับคะแนนโครงงานสูงสุดในชั้นปี

ขณะเดียวกัน อาจารย์ ดร. พงศธร ก็ต้องหามหาวิทยาลัยที่จะเรียนต่อในระดับปริญญาเอก ในตอนแรก ก็มีความคิดที่จะกลับไปสมัครเรียนที่ Cambridge University แต่หลังจากได้ทำการวิเคราะห์และวางแผนการเลือกมหาวิทยาลัย แม้ว่า Cambridge University จะเป็นความหวังและความตั้งใจที่อยากมาเรียนในตอนแรก แต่หลังจากที่ได้มาใช้ชีวิตอยู่ในลอนดอนแล้ว เกิดความชอบเพราะมีหลายอย่างที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ที่สำคัญ Imperial College London ก็เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะทางด้านวิศวกรรมเคมี ทั้งยังมีเพื่อนและรู้จักอาจารย์แต่ละท่านเป็นอย่างดี จึงอยากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อยู่แล้วมีความสุข จึงได้ตัดสินใจเรียนต่อปริญญาเอกที่ Imperial College London

นอกจากต้องทำ Final Year Design Project และหาที่เรียนต่อในระดับปริญญาเอกแล้ว อาจารย์ ดร.พงศธร มีความคิดที่จะต่อยอดการทำกิจกรรมเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์และเพิ่มทักษะชีวิต จึงได้ไปลงสมัครเลือกตั้งเป็น Executive Officer(Alumni Relation) ขององค์กรนักศึกษาวิศวกรรม (City & Guilds College Union) ซึ่งตำแหน่งนี้มีหน้าที่ทำงานร่วมกับสมาคมศิษย์เก่า (City & Guilds College Association) เช่น การเชิญศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จมาพูดคุยแนะแนวการศึกษาให้กับนักศึกษา การให้ทุนการศึกษา ฯลฯ ทำให้มีโอกาสเรียนรู้และรับฟังประสบการณ์ที่หลากหลายของศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในแวดวงต่างๆ พร้อมๆ ไปกับการฝึกความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดกระบวนการคิดและประสบการณ์ และการแบ่งปันความรู้ที่ได้รับทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว เพื่อเป็นบทเรียนในการทำงานครั้งต่อไป โดยอาจารย์ ดร. พงศธร ชนะการเลือกตั้งและได้ทำงานในตำแหน่งนี้ถึง 2 สมัยติดต่อกันระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ระดับปริญญาเอก และนับเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ทำงานในฐานะคณะกรรมการชุดนี้ โดยมีหลักคิดในการทำกิจกรรมว่า จะต้องแบ่งเวลาให้เหมาะสม ไม่ทำให้ความตั้งใจด้านการเรียนเสีย เพราะมีหน้าที่รับผิดชอบและต้องให้เกียรติต่อประชาชนไทยในฐานะผู้ให้ทุน รวมทั้งต้องไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง

ขณะที่ศึกษาอยู่ในระดับปริญญาเอก อาจารย์ ดร.พงศธร ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยสอน ซึ่งการสอนนี้ ทำให้เห็นคุณค่าของการทำงาน ได้รับความรู้ ช่วยให้มีความรับผิดชอบและเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และยังได้ทำงานการกุศลต่างๆ อีกด้วย

หลังจากสำเร็จการศึกษาในปีพุทธศักราช 2558 ได้กลับมาเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรวิศวกรรมเคมีและกระบวนการ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

อาจารย์ ดร.พงศธร เล่าว่า นอกจากจะสอนทางด้านวิชาการให้แก่นักศึกษาแล้ว ยังได้ให้มุมมองแก่นักศึกษาจากประสบการณ์ของตนเองว่า แม้การศึกษาจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เมื่อมีการศึกษาแล้ว อย่าดูถูกดูแคลนคนอื่น เพราะเค้าอาจมีประสบการณ์หรือทักษะชีวิตที่ล้ำค่า และที่สำคัญต้องให้โอกาสตัวเองและอย่าดูถูกตัวเอง อย่ายอมแพ้ ขยันทำงาน ต้องรู้จักเก็บเงินเพื่อท่องเที่ยว เป็นการเปิดโลกกว้างให้ตัวเอง และเก็บออมเพื่อการลงทุน ในชีวิตคนเรามีบททดสอบเพื่อการเปลี่ยนแปลงเสมอ การที่เราเกิดความกลัวเพราะความไม่มั่นใจ แต่เมื่อกลัวแล้วต้องกล้าลอง ความตั้งใจมุ่งมั่นเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อเวลาผ่านไป เราจะรู้ว่า เราทำได้ดีมากกว่าที่คิดแม้ว่าต้องผ่านอุปสรรคมามาก แต่ล้มแล้วต้องลุกให้เป็น ต้องพิจารณาดูว่า ทำไมถึงล้ม
อาจารย์ ดร. พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 5 นักวิทยาศาสตร์ตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุม Global Young Scientist Summit (GYSS) ประจำปี 2560 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 21 มกราคม 2560 ณ สาธารณรัฐสิงค์โปร์ โดยอาจารย์ได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับ GYSS ว่า ได้สมัครเข้าร่วมโครงการ GYSS เพราะมีเป้าหมายสูงสุดคือการได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพราะพระองค์ท่านเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ตนเองเดินมาถึงจุดนี้ได้ ซึ่งถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจอย่างสูง

“ทุกคนมีจุดเปลี่ยนในชีวิตหลายจุด อยู่ที่ว่าจะรับมือกับจุดเปลี่ยนนั้นๆ เพื่อนำมาเป็นพลังได้อย่างไร ถ้ารับมือไม่ถูกต้องก็อาจจะทำให้ชีวิตพลิกผันได้ แต่ทุกครั้งที่ผิดพลาด ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น ต้องรู้จักหาวิธีการแก้ปัญหา และหมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ” และทั้งหมดนี้ คือการเรียนรู้จากจุดเปลี่ยนที่เกิดขึ้น บวกกับแรงบันดาลใจที่อยากได้รับรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และพลังแห่งความมุ่งมั่นที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ โดยสามารถก้าวผ่านความกลัวภาษาอังกฤษ จนกลายมาเป็นความสำเร็จในด้านการศึกษาในต่างประเทศ”

ทั้งหมดนี้คือเส้นทางการศึกษาของ อาจารย์ ดร. พงศธร เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร ผู้กำกับดูแลส่วนวิเทศสัมพันธ์ และผู้อำนวยการสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่อาจเป็นแรงบันดาลใจและเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ และนักศึกษาหลายๆ คน ได้

สมพร อิสรไกรศ๊ล ส่วนประชาสัมพันธ์ เรียบเรียง

Facebook Comments

About ird2016

Check Also

อาจารย์ ดร.มานิตย์ นุ้ยนุ่น : ศึกษาพาหะของธาลัสซีเมียและผู้ป่วยธาลัสซีเมียเน้นประชากรภาคใต้

อาจารย์ ดร.มานิตย์ นุ้ยนุ่น อาจารย์ประจำหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ และหลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาชีวเวชศาสตร์ สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ศึกษาพาหะของธาลัสซีเมียและผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย เน้นศึกษาในประชากรภาคใต้ เพื่อที่จะได้ข้อมูลที่เป็นตัวแทนของภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ตอนบน เพราะข้อมูลชนิดการกลายพันธุ์ที่พบบ่อยของภาคใต้จะแตกต่างจากภาคอื่นๆ ของประเทศไทย อาจารย์ …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *